Category: Lifestyle

ประกัน-รถยนต์

6 ข้อควรเลี่ยง ถ้าคุณไม่อยากให้รถคุณพังเร็วเกินไป

การดูแลรถเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งใคร ๆ ก็ควรจะต้องทำ สิ่งหนึ่งที่ถือวาเป็นการดูแลรถที่ดีก็คือ การปรับพฤติกรรมการขับขี่ของตัวเอง แต่เชื่อเลยว่ามีหลายคนไม่รู้ว่าพฤติกรรมการขับขี่ของตนเองเป็นอย่างไร ดีหรือไม่ดี สังเกตง่าย ๆ ถ้าคุณมีประกันและจะต้องมีการเคลมประกันรถยนต์ ในปีหนึ่ง ๆ มากกว่า 2 ครั้ง นั่นล่ะคุณควรจะต้องพิจารณาเรื่องพฤติกรรมการขับรถของตนเองแล้ว

ครั้งนี้จึงขอโอกาสมาแนะนำและดึงสติผู้ขับขี่ทุกท่าน ด้วย 6 พฤติกรรมที่คุณควรเลี่ยงทำเวลาจะขับรถ หรือขณะขับรถ เพราะพฤติกรรมเหล่านี้นอกจากจะทำให้รถพังเร็วขึ้นแล้ว ยังมีโอกาสทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ด้วย จะมีอะไรบ้างนั้นมาดูกัน

1.เผลอลืมปลดเบรกมือ

เริ่มพฤติกรรมแรกจากผู้ขับขี่รถยนต์มือใหม่ ซึ่งผู้ที่เพิ่งขับรถได้ไม่นาน และยิ่งเป็นเกียร์ออโต้ที่ทุกอย่างมักเป็นอัตโนมัติไปหมด ยิ่งทำให้เผลอลืมปลดเบรกมือเป็นประจำ การลืมปลดเบรกมือนั้น เวลาขับขี่คุณจะรู้สึกได้เลยว่ารถหน่วงขึ้น ซึ่งถ้าเผลอลืมบ่อย ๆ ล่ะก็เครื่องยนต์ก็จะทำงานหนักมากขึ้น และส่วนผ้าเบรกก็จะสึกเร็วขึ้นด้วย ก่อนออกรถจึงต้องตั้งสติให้ดี จะได้รู้ว่าต้องทำอะไรบ้าง

2.เร่งเครื่องหนัก ๆ หลังจากสตาร์ท

หลายคนมีรถเครื่องยนต์แรง เวลาจะขับก็ต้องการโชว์ศักยภาพเครื่องยนต์ พอสตาร์ทรถเสร็จก็ทดลองเร่งเครื่องหนัก ๆ ทันที การเร่งเครื่องหลังสตาร์ทสามารถทำได้ แต่ต้องเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป เพราะเวลาที่เราดับเครื่องยนต์หลังจากใช้รถในครั้งก่อน ตัวน้ำมันเครื่องที่หล่อลื่นระบบต่าง ๆ ของเครื่องยนต์จะไหลย้อนกลับไปรวมกันที่อ่างเก็บ

พอเมื่อคุณมาใช้รถครั้งถัดไป ในวันถัดไป และเร่งเครื่องทันทีหลังสตาร์ท จะทำให้น้ำมันเครื่องไหลไปหล่อลื่นระบบต่าง ๆ ไม่ทัน ตรงนี้จะทำให้ชิ้นส่วนต่าง ๆ ในรถยนต์เสียหายได้ อย่าลืมว่า รถเสียหายจากกรณีแบบนี้เคลมประกันรถยนต์ไม่ได้ด้วยนะ ดังนั้น เลี่ยงได้ก็ควรเลี่ยง

3.ออกตัวรถแบบแรง ๆ

พฤติกรรมนี้มักจะต่อเนื่องมาจากข้อที่ 2 พอเร่งเครื่องเสร็จ เวลาออกตัวรถก็ออกตัวแรง ๆ เพื่อให้เกิดความเร้าใจในการขับขี่ แต่จริง ๆ แล้วพฤติกรรมการใช้รถแบบนี้ไม่ดีต่อตัวรถเลย การออกตัวรถแรง ๆ ให้รถกระชาก นอกจากจะสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงของรถมากขึ้นแล้ว ยังทำให้ระบบส่งกำลังและชุดเกียร์ทำงานหนักมากขึ้น แบบนี้ชุดเกียร์จะเสื่อมสภาพเร็วขึ้น

และยิ่งออกตัวแรงแบบกระชากให้รถขยับไปสั้น ๆ ยิ่งเป็นภาระให้กับระบบเบรกมากขึ้นด้วย แบบนี้ก็จะทำให้ผ้าเบรกเสื่อมเร็วตามไปอีก

4.บรรทุกหนักโดยไม่จำเป็น

หลายคนอาจไม่ได้ตั้งใจบรรทุกสิ่งของหนักมากมาย แต่ทว่าตนเองกลับเก็บทุกสิ่งทุกอย่างไว้ในรถ จนน้ำหนักที่รถรับไว้ก็เพิ่มมากขึ้น ยิ่งถ้ามาบรรทุกสิ่งของหนัก ๆ เพิ่มเข้าไปอีกก็ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ ทั้งกินน้ำมัน ทั้งระบบกันสะเทือนที่ต้องทำงานหนัก โอกาสที่รถจะพังเร็วขึ้นก็มีสูง

5.ปล่อยให้น้ำมันเหลือก้นถังบ่อย ๆ

สำหรับรถเบนซินทั้งหลายต้องระวังส่วนนี้เลย การให้น้ำมันเกือบจะเกลี้ยงแล้วค่อยเติมนั้นไม่ดีต่อระบบของรถทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวปั๊มที่รับน้ำมันในรถ จะทำให้ตัวปั๊มภายในเสื่อมสภาพได้ง่าย

6.รถนิ่งแต่หมุนพวงมาลัย

ขณะที่รถหยุดนิ่งไม่ควรหมุนพวงมาลัยเล่น เพราะการที่รถนิ่งและมีการเคลื่อนพวงมาลัยจะทำให้ล้อเกิดการเสียดสีกับถนนมากเกินไปโดยไม่จำเป็น ซึ่งพฤติกรรมนี้ทำให้ยางสึกก่อนเวลาอันควรได้

ทั้งหมดนี้ คือ 6 ข้อควรเลี่ยงเวลาจะขับรถ หรือขณะขับรถ อย่าวางใจว่าเรามีประกันรถยนต์คุ้มครองช่วยจ่าย มีอะไรเสียหายก็เรียกประกัน อย่าลืมว่าประกันรถยนต์จะดูแลความเสียหายของรถคุณกรณีที่เป็นอุบัติเหตุเท่านั้น ถ้ารถเสียหายเพราะพฤติกรรมของคุณเองประกันจะไม่รับผิดชอบ ดังนั้นคุณจะควรปรับพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้องเสียตั้งแต่วันนี้

มาทำความเข้าใจเรื่องการออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนักให้ลึกซึ้งกันหน่อยดีกว่า

หลาย ๆ คนมักจะเกิดการเข้าใจผิดเวลาที่น้ำหนักเริ่มมีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นว่า สงสัยช่วงนี้กินมากไปหน่อย หรือต้องกลับไปออกกำลังกายบ้างแล้วล่ะ ซึ่งแท้จริงแล้วไม่ใช่เลย โดยอาหารที่ทานเข้าไปเป็นเพียงแค่หนึ่งในปัจจัยเล็ก ๆ เท่านั้น สิ่งสำคัญคือคุณรู้และเข้าใจในระบบการเผาผลาญและการทำงานของร่างกายดีแล้วหรือยังต่างหาก เพราะว่ากันตามข้อเท็จจริงแล้วแม้แต่การออกกำลังกายมากเกินไปก็อาจส่งผลต่อน้ำหนักได้

            จากงานวิจัยของมหาวิยาลัย Loughborough ได้มีการเปิดเผยว่า การออกกำลังกายมากจนเกินไป ก็อาจทำให้น้ำหนักยิ่งเพิ่มขึ้นได้ โดยสาเหตุมาจากที่นักวิจัยเชื่อว่าผู้คนมักจะทานอาหารเพิ่มขึ้นหลังจากการออกกำลังกาย เพราะรู้สึกว่าตนเองสมควรได้รับรางวัลเป็นการตอบแทนนั้นเอง

            ดังนั้น เราเลยอยากจะพาไปเรียนรู้และเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ถึงวิธีการที่จะทำให้ทุกคนสามารถมีรูปร่างที่ดีอย่างมีความสุขได้ หากพร้อมแล้วก็ตามมาดูกันเลย

เปลี่ยนพฤติกรรมการในการรับประทานอาหาร

ต้องเข้าใจกันก่อนว่า สิ่งสำคัญในการลดน้ำหนักขึ้นอยู่กับอาหารที่คุณได้ทานเข้าไป เพราะต่อให้คุณจะออกกำลังกายเพื่อเผาผลาญพลังงานไปมากมายแค่ไหน แต่ดันกินของที่ให้พลังงานสูงเกินไปอยู่ล่ะก็ คงจะช่วยได้แค่ทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นเท่านั้น

            โดยสิ่งแรกที่อยากให้ทุกคนรู้จักกันก่อนเลยก็คือ “อกไก่” เพราะนี่คืออาหารที่ราวกับถูกออกแบบมาเพื่อคนที่กำลังอยากจะลดน้ำหนักโดยเฉพาะ ซึ่งอกไก่นี้ให้คุณค่าในส่วนของโปรตีนสูง แถมยังมีปริมาณไขมันที่ต่ำจนแทบจะเรียกได้ว่าเกือบจะไม่มีเลยด้วยซ้ำไป

            และนอกจากนี้ “ไข่ต้ม” ก็ถือเป็นหนึ่งในสุดยอดอาหารชั้นดีอีกอย่างที่จะไม่พูดถึงไม่ได้ เพราะจะช่วยทำให้คุณอิ่มแบบอยู่ท้องในพลังงานเพียงแค่ 70 แคลอรี่เท่านั้น

            อีกข้อหนึ่งที่เราอยากให้ทำความเข้าใจในเรื่องของการกินนั่นก็คือ คุณต้องรู้จักการเปรียบเทียบปริมาณอาหาร เช่น ถ้าคุณกำลังจะหยิบเฟรนช์ฟรายส์เข้าปาก ให้ลองนึกดูว่าเพียงปริมาณแค่ 7-8 ชิ้น กลับให้พลังงานมากพอ ๆ กับอกไก่ 1 ชิ้น หรือ

แตงโมหั่นแล้ว 1 จาน ซึ่งจุดนี้แหละที่จะช่วยทำให้คนที่กำลังลดน้ำหนักเปลี่ยนใจและเลือกหันมากินอาหารดี ๆ ที่จะทำให้คุณกินได้แบบเต็มอิ่มโดยที่ไม่ต้องมากังวลเรื่องน้ำหนักในภายหลัง

            ในส่วนของความรู้เรื่องพลังงานของร่างกาย ก็ถือเป็นเรื่องที่จะละเลยไปไม่ได้ เพราะต้องเข้าใจก่อนว่าใน 1 วัน ร่างกายคนเราจะใช้พลังงานในการเผาผลาญแคลอรี่ โดยเฉลี่ยถ้าเป็นผู้หญิงจะอยู่ที่ 1,500 – 1,800 แคลอรี่ต่อวัน ในขณะที่ถ้าเป็นผู้ชายจะอยู่ที่ 1,800 – 2,200 ต่อวัน ฉะนั้นแล้วให้คิดง่าย ๆ ได้เลยว่า หากคุณกินอาหารในปริมาณที่เกินกว่าร่างกายจะเผาผลาญได้ ก็จะทำให้เกิดภาวะน้ำหนักตัวที่สูงขึ้น จนอาจส่งผลให้เกิดความเสี่ยงในการเป็นโรคอ้วนขึ้นมาได้

การออกกำลังกายทำได้หลายรูปแบบ และให้อะไรมากกว่าที่คุณคิด

            การออกกำลังกาย เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่จะช่วยให้คุณมีรูปร่างที่ดีได้อย่างรวดเร็ว แถมยังจะช่วยทำให้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงอีกด้วย เช่นเพียงแค่คุณวิ่งวันละ 1 ชั่วโมง หรือกระโดดเชือกวันละ 30 นาที ก็จะช่วยให้อัตราการเต้นของหัวใจดีขึ้น ลดไขมันสะสมในร่างกาย เผาผลาญพลังงาน และลดความเสี่ยงที่จะเกิดโรคร้ายแรงได้อย่างมากมาย

            แล้วรู้หรือไม่ว่า หากคุณเข้าใจมันอย่างลึกซึ้งแล้วล่ะก็ อาจจะช่วยให้คุณรับประทานอาหารได้มากขึ้นอีกด้วยนะ

            ฟังดูงง ๆ อยู่ใช่ไหม ให้ลองคิดว่าในทุกส่วนของร่างกายคนเรา มีกล้ามเนื้อเป็นส่วนประกอบอยู่ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น กล้ามท้อง กล้ามขา กล้ามแขน กล้ามหน้าอก ซึ่งเจ้ากล้ามเนื้อพวกนี้ก็จะช่วยให้ร่างกายสามารถเผาผลาญพลังงานได้ดีขึ้น ยกตัวอย่างเป็นกรณีของผู้ชายที่รูปร่างธรรมดา อาจจะรับปริมาณอาหารได้ลิมิตสูงสุดอยู่ที่ 2,200 แคลอรี่ แต่หากคุณมีกล้ามเนื้อที่อยู่ในระดับที่ดีพอสมควรแล้วล่ะก็ อาจทำให้คุณสามารถรับประทานได้ถึงวันละ 3,000 – 3500 แคลอรี่เลยทีเดียว

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงแค่ความรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เรานำมาฝากกันเท่านั้น สิ่งสำคัญอยู่ที่คุณพร้อมแล้วหรือยังที่จะก้าวไปสู่การพัฒนาตัวเองให้มีสุขภาพและรูปร่างที่ดีในแบบยั่งยืน ถ้าพร้อมแล้วก็ลองหาอุปกรณ์ออกกำลังกายดี ๆ สักชิ้นดูสิ โดยตอนนี้ทาง Shopee เองก็ได้ยกขบวนแคมเปญทั้ง Summer Sale และ Super Category Day ที่มีสิทธิประโยชน์ดี ๆ มากมาย แถมมีโอกาสรับเงินคืนสูงสุดกว่า 200% อีกด้วยนะ โดยจะจัดถึงวันที่ 31 พ.ค. 2562 นี้เท่านั้น อย่าลืมไปลองเลือกซื้อชิ้นที่ตัวเองชอบกันได้เลย

พบกับแคมเปญ Shopee Free Shipping month ชอป 0บาท ก็ไม่มีค่าส่งทั่วไทย วันที่ 1-30 มิ.ย. 62 พร้อม 1 บาท Prize เล่นเกมทุกศุกร์ ลุ้นของรางวัลง่ายๆ Flash Sale เริ่ม 9 บ. รับเงินคืน 100% พร้อมสินค้าแบรนด์ คูปองส่วนลดทุกวัน

Powered by WordPress & Theme by Anders Norén